• Post category:Economics

Stagflation คือ ภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นในขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง โดยภาวะ Stagflation เกิดจากการรวมกันของ Stagnation ภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจากการว่างงานสูง กับ Inflation ภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลให้ระดับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลให้มูลค่าของเงินลดลง (ซื้อของได้น้อยลง) จึงทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

สถาณการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเศรษฐกิจอยู่ในภาวะ Stagflation คือ การที่เศรษฐกิจที่เกิดปัญหาเงินเฟ้อ (Inflation) ทำให้กำลังซื้อลดลงจากการที่ระดับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประชาชนมีกำลังซื้อน้อยอยู่แล้วจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่ทำให้การว่างงานสูง

ภาวะ Stagflation เกิดขึ้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาในปี 1970 ขณะนั้นระดับอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 12% ในขณะที่อัตราการว่างงานของสหรัฐอเมริกาสูงถึง 9% สาเหตุหลักของ Stagflation ในสหรัฐอเมริกาครั้งนั้นเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นอย่างมากจนทำให้เกิด Supply Shock หรือการที่ผลผลิตลดลงอย่างรวดเร็ว (ไม่ได้ลดลงจากกลไกราคาตามปกติ)

Stagflation ที่เกิดจาก Supply Shock ส่งผลให้ราคาของสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามปริมาณสินค้าที่มีอยู่น้อยในตลาด ในขณะที่กำลังซื้อไม่ได้เพิ่มตามระดับราคาสินค้า เพราะราคาสินค้าไม่ได้เพิ่มขึ้นจากการที่คนต่างต้องการสินค้าแต่ราคาเพิ่มขึ้นตามต้นทุน

แน่นอนว่าภาวะ Stagflation คือภาวะที่เป็นเรื่องผิดปกติในทางเศรษฐศาสตร์

ปัญหาของ Stagflation

ความผิดปกติทางเศรษฐศาสตร์ของภาวะ Stagflation คือ เงินเฟ้อ (Inflation) และ ภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจากการว่างงานสูง (Stagnation) ทั้ง 2 เหตุการณ์ตามปกติจะไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ตามปกติแล้วความสัมพันธ์ระหว่าง อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) กับ อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) จะสัมพันธ์กันในทิศทางตรงกันข้าม

  • เงินเฟ้อสูง อัตราว่างงานจะต่ำ (เศรษฐกิจขยายตัว)
  • เงินเฟ้อต่ำ อัตราว่างงานจะสูง (เศรษฐกิจชะลอตัว)

ถ้าหากไม่มีภาวะ Stagflation การแก้ปัญหาเงินเฟ้อสูงจะทำได้โดยการทำให้เงินเฟ้อลดลงด้วยนโยบายการเงินของธนาคารกลาง และแก้ปัญหาอัตราว่างงานสูงด้วยการกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน นั่นหมายความว่าตามปกติแล้วการแก้ปัญหาด้วยทางใดทางหนึ่งจะทำให้อีกทางเลือกแย่ลง เช่น ถ้าทำให้การจ้างงานลดลง เงินเฟ้อก็จะเพิ่ม (เพราะคนมีเงินใช้กันมากขึ้น)

แต่ภาวะ Stagflation คือ การที่ทั้ง 2 ปัญหาที่ควรจะตรงกันข้ามกันกลับเกิดขึ้นพร้อมกัน และถ้าหากเห็นเงื่อนไขของเงินเฟ้อในย่อหน้าก่อนหน้านี้จะพบว่าไม่ว่าแก้ด้วยวิธีไหนก็จะมีผลด้านลบเกิดขึ้นตามมาอยู่ดี

1) ในกรณีที่แก้ปัญหา Stagflation ด้วยการทำให้อัตราเงินเฟ้อลดต่ำลง ผลที่ตามมาคือยิ่งทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้น

2) แต่ถ้าแก้ปัญหา Stagflation ด้วยการทำให้อัตราว่างงานสูงขึ้น ผลที่ตามมาคือยิ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น

เรียกได้ว่าไม่ว่าจะแก้ปัญหาด้วยทางไหนก็จะทำให้อีกปัญหาหนักขึ้น แต่จะไม่แก้ก็ไม่ได้


ทั้งหมดคือปัญหาของ Stagflation ที่ทำให้ทุกประเทศพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะ Stagflation ที่เกิดปัญหา 2 ด้านพร้อมกัน ในขณะที่หนทางแก้ไขก็จะเพิ่มปัญหาอีกทางหนึ่ง ทำให้การแก้ปัญหา Stagflation นั้นกินเวลาที่ยาวนานจนกว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เป็นปกติ

อย่าง Stagflation ที่เกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกาที่กล่าวถึงในข้างต้นก็กินเวลาในการแก้ไขปัญหาไปมากกว่า 3 รัฐบาลจนกว่าจะกลับมาเป็นปกติได้

อ้างอิงจาก

Finvestory

บทความเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน ธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ ในโลกที่ทุกคนต่างลงทุน