• Post category:Economics

เมื่อนานมาแล้วเคยได้เห็นกลยุทธ์น่านน้ำสีอื่นนอกจาก Red Ocean และ Blue Ocean แล้วฉุกคิดได้ว่าสีอื่นคือเรื่องเพ้อเจ้อ ล่าสุดได้อ่านคอนเทนต์ของเพจหนึ่ง เลยนึกขึ้นได้และถือโอกาสขุดคุ้ยอย่างจริงจังเพื่ออ่านทำความเข้าใจอยู่พักใหญ่ก็พบว่า … เพ้อเจ้อจริง ๆ ไม่ต้องไปสนใจก็ได้ ในบทความนี้เราจะพาไปดูกันว่าทำไมกลยุทธ์น่านน้ำหลากสีคือเรื่องไร้สาระ

Red Ocean และ Blue Ocean คืออะไร?

Red Ocean และ Blue Ocean Strategy คือ แนวคิดของ W. Chan Kim และ Renee Mauborgne เกี่ยวกับกลยุทธ์การแข่งขัน Blue Ocean คือ การแสวงหาตลาดใหม่ที่ยังไม่ไดมีใครบุกเบิก เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในตลาดเก่าที่มีผู้เล่นเข้ามาเพิ่มเรื่อย ๆ จนในท้ายที่สุดก็เข้าสู่สงครามการตัดราคา (Price War) ซึ่งตลาดที่อยู่ในสงครามราคานี้เองจะเรียกว่า Red Ocean หรือน่านน้ำสีแดง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นก็มี Ocean สีแปลก ๆ ตามมามากมาย สำหรับสีอื่นนอกจาก Red Ocean และ Blue Ocean จะสรุปคร่าว (เพื่อที่จะได้ไม่เปลืองเวลาชีวิตไปมากกว่านี้) ได้ดังนี้

  • Green Ocean Strategy คือ กลยุทธ์ที่เน้นความยั่งยืน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทำให้โลกดียิ่งขึ้น
  • Purple Ocean Strategy คือ กลยุทธ์ที่เน้นความแตกต่าง ในขณะที่เน้นความยั่งยืนใส่ใจสิ่งแวดล้อม (เขียว + ฟ้า)
  • Dark Ocean Strategy คือ กลยุทธ์เน้นเงินลงทุนมหาศาล และคอนเนคชั่นของเจ้าของธุรกิจ

สำหรับธุรกิจสีเขียว ขอยืมตัวอย่าง Tesla ที่สร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลของความยั่งยืนความรักโลกตามแนวทางที่ว่าไว้ใน Green Ocean Strategy ก็ต้องตั้งคำถามต่อว่าเหตุผลที่ทำให้สินค้าที่ยั่งยืนและรักโลกเหล่านี้ขายออกได้ ไม่ใช่เป็นเพราะความแตกต่างที่ไม่เคยมีมาก่อนหรอกหรือ? ถ้าใช่ … นี่มันกลยุทธ์ Blue Ocean ไม่ใช่หรือ?

ต่อให้เป็นธุรกิจที่เป็นคนดีแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดจะอยู่รอดได้หรือจะเป็นที่สนใจได้ก็ต้องเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะยิ่งเป็นธุรกิจไม่หวังผลกำไรยังไงก็อยู่ใน Red Ocean ไม่รอด (ถ้าเงินไม่หนาจริง) แล้วธุรกิจที่ไม่เคยมีมาก่อนคุ้น ๆ กันไหมครับว่าคือกลยุทธ์น่านน้ำสีอะไร? อ้าว … ก็กลยุทธ์ Blue Ocean นั่นเอง?

สำหรับ Purple Ocean ยิ่งหนัก เพราะเป็นกลยุทธ์ที่รวม Blue Ocean กับ Green Ocean ในขณะที่สีเขียวเราก็ได้อธิบายว่าไม่ต่างอะไรกับสีฟ้า เพียงแค่จุดขายอยู่ที่การใส่ใจสิ่งแวดล้อม … สรุป นี่ก็กลยุทธ์ Blue Ocean อีกนั่นแหละ?

หรือแม้กระทั่ง Dark Ocean เองสุดท้ายแล้วก็คือ Red Ocean ที่เอาชนะด้วยการใช้เงินทุน (ที่หนากว่า) เข้าสู่ในสงคราม แล้วเอาชนะให้ได้ในท้ายที่สุด … ซึ่งก็คือ Red Ocean ในเวอร์ชันที่คุณเป็นผู้ชนะในสงครามราคา

ปัญหาของน่านน้ำหลากสีพวกนี้อยู่ตรงไหน?

น่านน้ำหลากสีนอกจาก Red Ocean และ Blue Ocean สำหรับผู้ที่เคยทำธุรกิจจริงหรืออยู่ในหน้างานจริงก็คงพอจะเข้าใจได้ว่าอะไรใช้ได้อะไรใช้ไม่ได้ แต่ปัญหาของความแฟนตาซีของแนวคิดด้านธุรกิจเหล่านี้มักจะเป็นปัญหากับผู้ที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจและนักศึกษา

สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องมาพบกับทฤษฎีไร้สาระเหล่านี้สิ่งที่ตามมาค่าเสียโอกาสที่เกิดจากการลองผิดลองถูกกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเหล่านี้ ด้วนการตีกรอบกลยุทธ์หรือแนวคิดในการทำธุรกิจของตัวเองให้แคบลงจากแนวคิดเดิมของ Red Ocean และ Blue Ocean

ส่วนนักศึกษาเองก็ไม่ต่างกันที่จะต้องเสียเวลาเรียนรู้เรื่องที่ใช้ไม่ได้จริงเหล่านี้ เพียงเพราะประเด็นอย่างเช่นการตอบแทนสังคมถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อเพิ่มความแฟนตาซีให้กับหลักสูตรเพื่อที่จะทำให้อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ (ไม่ได้บอกนะครับว่าในประเทศอะไร) รู้สึกว่าหลักสูตรของตนเองอัพเดทและทันสมัยยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดกลยุทธ์น่านน้ำหลากสีก็เป็นของเก่าในชื่อใหม่ ที่ไม่ได้มีความแตกต่างหรือสร้างสรรค์อะไรไปกว่าเดิม เราจะทำให้ชีวิตเรายากขึ้นกว่าเดิมไปเพื่ออะไรกัน?

อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้บอกว่ากลยุทธ์สีแปลก ๆ ที่ไม่ใช่ Red Ocean กับ Blue Ocean เป็นสิ่งที่ไม่มีความเป็นไปได้เสียทีเดียว หรือเรื่องความยั่งยืนและการตอบแทนสังคมเป็นสิ่งที่ผิด แต่เรากำลังจะบอกว่าถ้าหากเราพูดถึงการแข่งขัน เรื่องพวกนี้ถือว่าหลุดธีมไปไกลแบบกู่ไม่กลับ

อ่านเพิ่มเติมแบบละเอียดเกี่ยวกับ: Red Ocean Strategy และ Blue Ocean Strategy

Finvestory

บทความเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน ธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ ในโลกที่ทุกคนต่างลงทุน