• Post category:Business

Blue Ocean Strategy คืออะไร?

Blue Ocean Strategy คือ กลยุทธ์น่านน้ำสีครามที่มุ่งเน้นไปที่การแสวงหาตลาดใหม่ที่มีการแข่งขันต่ำหรือเป็นตลาดที่ไม่มีใครบุกเบิกมาก่อน ซึ่ง Blue Ocean เทียบได้กับน่านน้ำสีครามเงียบสงบไม่มีใครที่เราจะต้องสู้ด้วย โดย Blue Ocean Strategy เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงตลาดที่มีการแข่งขันสูงซึ่งแข่งขันกันด้วยการตัดราคาจนทำให้ธุรกิจมีกำไรที่ต่ำซึ่งเรียกว่า Red Ocean หรือน่านน้ำสีแดง

แนวคิดของ Blue Ocean Strategy เกิดขึ้นมาจาก W. Chan Kim และ Renee Mauborgne ซึ่งเป็นอาจารย์จาก INSEAD (อินซีด) สถาบันด้านบริหารธุรกิจฝรั่งเศส ซึ่งได้ไอเดียมาจากมาจากแนวคิดเรื่อง Blue Ocean ซึ่งตีพิมพ์ใน Harvard Business Review

หลักการพื้นฐานของ Blue Ocean คือ การมุ่งเน้นไปที่การสร้างความต้องการขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) แทนที่จะโฟกัสไปที่การตอบสนองอุปสงค์เดิมที่มีอยู่และไม่สนใจการแข่งขันกับคู่แข่งเดิมที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมเดิม หรืออธิบายแบบง่ายกว่านั้น แนวคิดของ Blue Ocean Strategy คือ การปฏิเสธการทำตามและเอาชนะคู่แข่งเดิมที่อยู่ใน Red Ocean แต่มุ่งไปที่การสร้างความต้องการขึ้นมาใหม่ด้วยการสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาหรือการตอบสนองสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครตอบสนองมาก่อน

Red Ocean คืออะไร?

Red Ocean คือ น่านน้ำสีแดงที่หมายถึงตลาดที่แข่งขันกันสูงเนื่องจากเป็นสินค้าที่เหมือน ๆ กันและทุกคนหันมาทำธุรกิจที่เป็น Red Ocean ซึ่งการที่สินค้ามีลักษณะและประโยชน์เหมือน ๆ กันส่งผลให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมดังกล่าวทำได้เพียงการแข่งขันด้านราคาและการลดต้นทุน ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงนำไปสู่การตัดราคาแข่งกันหรือสงครามราคา (Price War)

น่านน้ำสีแดง หรือ Red Ocean คือ คำที่ใช้ในเชิงเปรียบเทียบจากการที่ผู้เล่นทุกคนในตลาดตัดราคากันเองอย่างดุเดือดและเจ็บตัวกันทุกฝ่าย เสียเลือดกันทุกฝ่ายจนน่านน้ำกลายเป็นสีแดงหรือสีเลือด เพราะการตัดราคาเป็นดาบสองคมที่ทำร้ายตัวเองและคู่แข่งแบบไม่จบสิ้น จากการที่การตัดราคาทำให้ยอดขายคู่แข่งลดลงในขณะที่กำไรที่ได้รับก็ลดลงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในตลาด Red Ocean จะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะไม่มีทางชนะในตลาดแบบ Red Ocean โดยวิธีรับมือกับ Red Ocean สามารถทำได้อยู่ 3 วิธีในเบื้องต้น คือ

  • การต่อสู้ในสงครามราคาด้วยการใช้เงินทุนที่มากกว่าเข้าสู้จนกว่าจะชนะ
  • สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า (Differentiation Strategy) เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันโดยตรง
  • ย้ายไปอุตสาหกรรมอื่น ซึ่งก็คือกลยุทธ์ Blue Ocean Strategy

ธุรกิจแบบไหนอยู่ใน Red Ocean

สำหรับเหตุผลที่เราต้องลงรายละเอียดใน Red Ocean ทั้งที่เป็นบทความ Blue Ocean Strategy เป็นเพราะในท้ายที่สุด Blue Ocean ส่วนใหญ่จะกลายเป็น Red Ocean เมื่อผู้เล่นคนอื่นมองเห็นว่าธุรกิจที่ (เคย) เป็น Blue Ocean ทำกำไรได้ดีและคู่แข่งน้อยจนทุกคนอยากทำบ้าง จนมีธุรกิจแบบเดียวขึ้นมาเต็มไปหมด

เพียงแต่ธุรกิจที่เข้าสู่ตลาดได้ยากที่คู่แข่งเข้ามาเริ่มธุรกิจได้อยากด้วยเหตุผลบางอย่าง อาจเป็นธุรกิจที่กลายเป็น Red Ocean ได้ยากหรือช้ากว่า ในทางกลับกันธุรกิจที่มักจะเป็น Red Ocean คือธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมแบบกระจายตัว เรียกว่า Fragmented Industry ที่ในอุตสาหกรรมนั้นไม่ได้มีเพียงผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย แต่ประกอบไปด้วยบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางมากมายกระจายอยู่ในตลาด เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่มีหรือไม่สามารถมีหรือยังไม่มีผู้นำที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม สินค้าที่มักจะไม่สามารถหลีกเลี่ยง Red Ocean ได้คือสินค้าในกลุ่มอุปโภคบริโภคหรือสินค้า FMCG และสินค้าหรือบริการที่จับลูกค้าด้วยคำว่า Low Cost เช่น สายการบินราคาถูก (Low-cost Airline), งานรับจ้างทำกราฟฟิคราคาถูก, ร้านอาหารทั่วไป, งานตัดต่อวิดีโอราคาถูก, งานถ่ายภาพราคาถูก, และงานรับจ้างทำเว็บไซต์ราคาถูก เป็นต้น

วิธีใช้ Blue Ocean Strategy ด้วยหลัก ERRC

พื้นฐาน Blue Ocean Streategy คือการสร้างความต้องการขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) แทนที่จะมุ่งไปที่การตอบสนองอุปสงค์เดิมที่มีอยู่ ทำให้ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับคู่แข่งเดิมที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมเดิม ซึ่งหลักการของ Blue Ocean Strategy จะประกอบด้วย 4 ส่วน ที่เรียกว่า ERRC ได้แก่

  1. Eliminated (ยกเลิก)
  2. Reduced (ลด)
  3. Raised (เพิ่ม)
  4. Created (สร้างใหม่)

Eliminated คือ การยกเลิกสิ่งที่เคยนำเสนอให้กับลูกค้า เพราะเคยคิดว่าลูกค้าต้องการสิ่งนั้นหรือเคยต้องการจริง ๆ เพียงแต่ปัจจุบันลูกค้าไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นอีกต่อไปแล้ว หรือทนใช้สิ่งที่ไม่ได้ต้องการไปเพราะไม่มีทางเลือกอื่นจนกระทั่งวันหนึ่งลูกค้ามีทางเลือกตามที่ต้องการจริง ๆ

Reduced คือ การลดคุณค่าบางอย่างที่ลูกค้าได้รับจากสินค้าลงให้ต่ำกว่าระดับอุตสาหกรรมเพื่อทำให้สินค้าคุ้มค่าราคามากขึ้น เพราะประโยชน์บางอย่างที่มีอาจเกิดจากการคิดว่าลูกค้าต้องการ แต่แท้จริงแล้วลูกค้าไม่ได้ต้องการ อีกทั้งยังทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเกินความจำเป็น

Raised คือ การเพิ่มคุณค่าบางอย่างที่ลูกค้าได้รับจากสินค้าให้สูงกว่าระดับของอุตสาหกรรม (ตรงข้ามกับ Reduced) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ไม่เคยได้รับการตอบสนอง

Created คือ การสร้างบางสิ่งใหม่ที่ลูกค้าต้องการแต่ไม่เคยมีใครตอบสนองมาก่อน รวมถึงการสร้างสิ่งที่ลูกค้าไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าต้องการ

ตัวอย่าง Blue Ocean Strategy

สำหรับ Blue Ocean Strategy ตัวอย่างธุรกิจที่ชัดเจนคือ Bloomberg ที่เป็นสำนักข่าวที่นำเสนอเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน รวมถึงการขายข้อมูลเกี่ยวกับการเงินการลงทุนเจ้าแรกที่ก่อตั้งโดย Michael Bloomberg เมื่อปี 1981 และยังคงกลายเป็นผู้นำมาจนถึงปัจจุบัน

จะเห็นว่าทั้ง 2 ตัวอย่างในขณะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน จะเห็นว่าข้อดีของ Blue Ocean Strategy คือ ยังไม่มีคู่แข่งและยังเติบโตได้เรื่อยๆ จนกลายเป็นผู้นำมาถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีสำนักข่าวหลายสำนักเริ่มทำตามทั้งในสหรัฐอเมริกาและในประเทศอื่นรวมถึงไทย

ข้อมูลอ้างอิง: Harvard Business Review, GreedisGoods, Investopedia

Finvestory

บทความเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน ธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ ในโลกที่ทุกคนต่างลงทุน