• Post category:Business

Ansoff Matrix คืออะไร?

Ansoff Matrix คือ เครื่องมือวางแผนกลยุทธ์ที่ใช้ในการพิจารณาเลือกกลยุทธ์เติบโตขององค์กรในอนาคตโดยพิจารณาจาก Matrix ที่ประกอบด้วย 2 ปัจจัย คือ ตลาด (Market) ในแกนตั้งและผลิตภัณฑ์ (Product) ในแกนนอน ซึ่งตัดกันและทำให้เกิดเป็น 4 กลยุทธ์ ได้แก่ Market Penetration, Market Development, Product Development, และ Diversification

โดยแต่ละกลยุทธ์จะมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน หน้าที่ขององค์กรที่ต้องการขยายธุรกิจด้วยการเลือกใช้กลยุทธ์จาก Ansoff Matrix คือการตัดสินใจเลือกกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงต่อผลตอบแทนต่ำที่สุด ด้วยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ตลาดและผลิตภัณฑ์

กลยุทธ์ของ Ansoff Matrix ทั้ง 4 กลยุทธ์ ในเบื้องต้นมีความหมายดังนี้

  • Market Penetration คือ การเจาะตลาดเดิมด้วยผลิตภัณฑ์เดิม
  • Product Development คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อขายในตลาดเดิม
  • Market Development คือ การใช้ผลิตภัณฑ์เดิม เพื่อขยายเข้าสู่ตลาดใหม่
  • Diversification คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อขยายเข้าสู่ตลาดใหม่

ชื่อ Ansoff Matrix ตั้งตามชื่อของ Igor Ansoff นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซียนอเมริกันที่คิดค้น Ansoff Matrix ขึ้นมา และเผยแพร่ครั้งแรกในชื่อ “Strategies for diversification” ใน Harvard Business Review เมื่อปี 1957 โดย Ansoff Matrix ยังรู้จักกันในอีกชื่อคือ Product Market Matrix

Ansoff Matrix คือ กลยุทธ์การเติบโต Product Market Grid Igor Ansoff
Ansoff Matrix คิดค้นโดย Igor Ansoff ในปี 1957

Market Penetration

Market Penetration คือ กลยุทธ์การเติบโตด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วในการเจาะตลาดเดิม เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปที่การทำให้ยอดขายของสินค้าหรือบริการที่มีอยู่แล้วของธุรกิจเพิ่มขึ้นด้วยวิธีต่าง ๆ โดยที่ไม่ต้องเข้าสู่ตลาดใหม่ เช่น การเพิ่มส่วนแบ่งตลาด, การเพิ่มความถี่ในการซื้อสินค้า, การเพิ่มความถี่ในการซื้อสินค้า, และการหาลูกค้ากลุ่มใหม่

การเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งอาจทำได้ด้วยการทำโปรโมชั่น การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย การดึงดูดลูกค้าจากคู่แข่ง และการปรับปรุงสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น

เพิ่มความถี่ในการใช้สินค้าของลูกค้าเดิม เป็นการกระตุ้นลูกค้าให้ใช้สินค้าบ่อยขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความถี่ในการซื้อสินค้าของลูกค้าเก่า ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ต้องหาลูกค้าใหม่

หาลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งเป็นลูกค้าที่อยู่ในตลาดนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่เคยขายให้ลูกค้ากลุ่มนี้มาก่อน

กลยุทธ์ Market Penetration เป็นกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุดจากทั้ง 4 กลยุทธ์ของ Ansoff Matrix เพราะเป็นเพียงการขายสินค้าเดิมในตลาดเดิม ทำให้ไม่มีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาสินค้าขึ้นมาใหม่หรือการเข้าสู่ตลาดใหม่แล้วล้มเหลว

อย่างไรก็ตาม การใช้กลยุทธ์แบบ Market Penetration เป็นเรื่องยากสำหรับธุรกิจที่ผลิตภัณฑ์ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงอยู่แล้วหรือเป็นธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ยากที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ทำให้สัดส่วนการใช้เงินในการได้มาซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ อาจไม่คุ้ม หรือใช้เงินไปกับกลยุทธ์อื่นแล้วคุ้มค่ากว่า

Product Development

Product Development คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับลูกค้ากลุ่มเดิม ซึ่งในอนาคตสินค้าใหม่อาจจะมาแทนที่สินค้าเดิมที่มีอยู่หรืออาจนำมาใช้เป็นสินค้าต้องที่ใช้ร่วมกับสินค้าเดิมก็ได้ โดยผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาอาจจะเป็นความต้องการบางอย่างที่ลูกค้ายังไม่ได้รับการตอบสนองจากสินค้าเดิมของบริษัท หรืออาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทำให้การใช้สินค้าเดิมสะดวกยิ่งขึ้น เป็นต้น

จุดด้อยของกลยุทธ์ Product Development คือการที่ต้องใช้ทุนและเวลาในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา แต่ก็ยังมีข้อได้เปรียบจากการที่ยังขายอยู่ในตลาดเดิมคือการที่เราเป็นที่รู้จักและได้รับความไว้ใจจากลูกค้าเป็นทุนเดิม

Market Development

Market Development คือ การขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ เช่น การขยายเข้าสู่ลูกค้าในภูมิภาคอื่น การขยายเข้าสู่ต่างประเทศ การทำให้สินค้าสามารถใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม Market Development ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากต้องศึกษาลูกค้าและตลาดใหม่ไม่ต่างกับการสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ในกลยุทธ์ Product Development เพียงแต่อาจมีข้อได้เปรียบในเรื่องของเงินลงทุนที่ใช้น้อยกว่าและไม่ต้องรับความเสี่ยงจากความล้มเหลวของผลิตภัณฑ์เหมือนกับการสร้างขึ้นมาใหม่

Diversification

Diversification คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ โดยผลิตภัณฑ์ที่ขยายเข้าสู่ตลาดใหม่อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับตลาดเดิม และเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เดิมของบริษัทก็ได้

ขยายไปยังธุรกิจที่ยังคงเกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิม เรียกว่า Concentric Diversification เช่น บริษัททำน้ำผลไม้ 100% ขยายไปทำน้ำผัก ชาเขียว ผลไม้กระป๋อง

ขยายโดยไม่เกี่ยวกับธุรกิจเดิม เรียกว่า Conglomerate Diversification เช่น บริษัทน้ำอัดลมไปทำธุรกิจสายการบิน

กลยุทธ์ Diversification เป็นกลยุทธ์การเติบโตที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดใน Ansoff Matrix เมื่อเทียบกับอีก 3 กลยุทธ์ เพราะธุรกิจต้องใช้ทั้งเวลาและเงินทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาอีกทั้งยังต้องแบกรับความเสี่ยงจากความล้มเหลวของสินค้าดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นจากทั้งฝั่งตัวผลิตภัณฑ์เองและเสียงตอบรับจากผู้บริโภค แลกกับผลตอบแทนที่ถ้าหากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวประสบความสำเร็จก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมหาศาล เนื่องจากเป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์หนึ่งของบริษัท

Finvestory

บทความเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน ธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ ในโลกที่ทุกคนต่างลงทุน